อุบลราชธานีเมื่อ 60 ปี

อุบลราชธานีเมื่อ 60 ปีที่แล้วในงานวรรณกรรม แห้งจริงฤา?อุบลราชธานีเมื่อ 60 ปีที่แล้วในงานวรรณกรรม แห้งจริงฤา?

0 Comments

อุบลราชธานีนับเป็นเมืองในภาคอีสานที่มีความสำคัญมาอยู่เสมอในประวัติศาสตร์ภาคอีสาน นับตั้งแต่เป็นหัวเมืองในสังกัดรัฐสยามในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สืบเนื่องจนถึงยุคมณฑลเทศาภิบาลที่อุบลราชธานีกลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีหน้าที่บังคับการเมืองเล็กๆที่รายล้อม ดังนั้น เมืองอุบลราชธานีจึงมีพัฒนาการในตนเองมาอยู่ตลอดตามแต่ละสมัยและนับวันก็ยิ่งมีแต่ความเจริญขึ้นในทุกๆด้าน ในวันนี้เราจะมาทำความรู้เมืองอุบลราชธานีในมุมมองที่แตกต่างกันออกจากเดิมบ้าง โดยเราจะมาเรียนรู้ผ่านงานวรรณกรรมชิ้นหนึ่ง ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว เราจะมาลองดูกันว่าหัวเมืองสำคัญที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์อยู่เสมออย่างอุบลราชธานีจะมีลักษณะและหน้าตาแบบไหนในงานวรรณกรรมเหล่านี้ จะเจริญสมกับเป็นหัวเมืองใหญ่ที่สำคัญแห่งยุคสมัยจริงหรือเปล่า ลองพลิกวรรณกรรมเรื่อง “ไม่มีเสียงหัวเราะจากภาคอิสาณ” ของนายรำ ที่เขียนขึ้นเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้วมาอ่านกันครับ นายรำในวรรณกรรมเรื่องนี้บอกไว้เองว่าตนเดินทางไปภาคอีสานเพื่อสำรวจความแห้งแล้งในภูมิภาคอีสาน แต่จากประโยคบอกเล่าของนายรำบอกไว้เองว่าเมื่อตนไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี นายรำขึ้นต้นประโยคเมื่อกล่าวถึงอุบลราชธานีไว้ว่า “เรากลับผิดหวัง เมื่อถึงจังหวัดอุบลราชธานี เราพบแต่ความสมบูรณ์ด้วยสายฝน ฝนโปรยลงมาไม่ขาดเม็ดแทบตลอดวัน จุดหมายของเราที่จะมาดูความแห้งแล้งแผ่นดินแห้งผาก เราต้องกลับมาสำรวจดูแต่ความอุดมสมบูรณ์ กล้าในนาจากนาทุกๆไร่ ชาวนาได้ปักดำทำนากันแล้วแต่ต้นเดือนก่อนหน้าที่เราจะไปถึง ๑ เดือน กำลังได้รับน้ำฝนชุ่มชื่นกันทั่ว น้ำในลำแม่น้ำมูลกำลังไหลบรี่โอบล้อมตัวจังหวัดไว้ เป็นครั้งแรกที่เราได้จากกรุงเทพฯจากสายลำน้ำเจ้าพระยา มาเป็นเวลา ๑ วันเต็มผ่านแผ่นดินบนที่ราบสูงปราศจากสายน้ำ มีแต่ความแห้งแล้งของต้นไม้ยืนตายและความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นแก่กล้าในนามีสภาพเหมือนหญ้าแห้ง ที่ถูกความมืดในราตรีกาลปกคลุมไว้ในขณะที่เราผ่านไปครั้งแรกที่เราได้พบกับสายน้ำไหลปรี่เต็มฝั่ง และลำแม่น้ำมูลช่วยให้ความชุ่มชื่นใจแก่เราเสียยิ่งนัก เมื่อเราลงเรือจ้างข้ามฝั่งแม่น้ำจากท่าวาริน มาขึ้นที่ตัวจังหวัดซึ่งตั้งอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำ ความเย็นชุ่มชื่นจากสายน้ำและทิวทัศน์จากลำน้ำไหลมาเอื่อยๆ ช่างมีอานุภาพมหัศจรรย์ชุบชีวิตอันเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางและลมหายใจที่แห้งผากให้เกิดความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า รู้สึกมีชีวิตอย่างน่าประหลาด” จะเห็นได้ว่าอุบลราชธานีมิได้แห้งจริงดังความเข้าใจ ด้วยเป็นหัวเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์และมีฝุ่นชุ่มดินดำ ทำให้อุบลราชธานีกลายเป็นหัวเมืองที่เจริญเติบโต ขณะเดียวกันเรามาลองติดตามกันในบทความหน้าว่านายรำจะประสบอะไรอีกบ้างที่อุบลราชธานีครับ